รายการ Modern Fengshui ตอนฮวงจุ้ยทำเลทองฮวงจุ้ย "สวนเบญจกิติ-รัชดาภิเษก"
วันนี้ อ.ตะวัน เลขะพัฒน์ จะชวนทุกท่านมานั่งคุยกันสบายๆ แฝงความรู้เกี่ยวกับทำเลใจกลางเมืองที่เรียกได้ว่าฮิตและอยู่ในกระแสความสนใจของทุกคนมากๆ ย่านหนึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนี้ นั่นก็คือ บริเวณ ถนนรัชดาภิเษกตัดกับเส้นพระราม 4 รอบๆ “สวนเบญจกิติ” นั่นเอง
ในย่าน CBD (Central Business District) ของบ้านเราตอนนี้ เต็มไปด้วยตึกระฟ้าหนาแน่น ทั้งอาคารสำนักงานหรูๆ ห้างสรรพสินค้า และโครงการมิกซ์ยูส (Mix-Use) ขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ จนทำให้มีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยและเดินทางมาทำงานในแต่ละวันอย่างมหาศาล รวมถึงยังเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย แต่ในมุมมองของฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ (Modern Scientific Feng Shui) สิ่งที่ทำให้ย่านนี้พิเศษและกลายเป็นทำเลทองคำชั้นยอด กลับแฝงอยู่ใจกลางพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่นี้

สวนเบญจกิติ มีขนาดใหญ่พอๆกับสวนลุมพินี และ ยังมีราชกรีฑาสโมสรที่มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่ง สามสนามแห่งนี้เป็นชัยภูมิที่เสริมมงคลในย่าน CBD นี้มากๆ
🔬 ถอดสูตรลับคัมภีร์โบราณ: "ในทำเลเขาสูง... ให้มองหาลานโล่ง"
หลายคนมักจะตั้งคำถามกับผมบ่อยๆ ครับว่า "อาจารย์ครับ เวลาเรามองฮวงจุ้ยใจกลางเมืองที่มีแต่ตึกสูงๆ เบียดกัน ทำไมซินแสถึงชอบบอกว่าจุดที่เป็นสวนสาธารณะหรือที่โล่งถึงเป็นจุดที่ดีล่ะ?" เรื่องนี้มีคำกล่าวข้อหนึ่งในตำราฮวงจุ้ยจีนโบราณที่สืบทอดกันมานานมาก และเป็นวิชาแรกๆ ที่ผมได้เรียนรู้จากอาจารย์เลยครับ นั่นคือคำว่า “ในทำเลภูเขาสูง ให้มองหาลานโล่ง แต่ในทำเลลานโล่ง ให้มองหาภูเขาสูง” ถ้าเรานำหลักการนี้มาวิเคราะห์ผังเมืองในปัจจุบัน กลุ่มตึกระฟ้าคอนกรีตทั้งหลายจะเปรียบเสมือน "ทิวเขาอันหนาแน่น" (Concrete Mountains) ซึ่งข้อเสียของการมีตึกสูงติดๆ กันคือ กระแสลมธรรมชาติจะถูกบีบอัดจนกลายเป็นช่องลมที่พัดแรงและเชี่ยวกรากเกินไป พลังงานดีๆ จึงไม่สามารถม้วนตัวสะสมได้เลย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีสเปซที่เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูง สวนนั้นจะทำหน้าที่เป็น “แอ่งสะสมกระแสพลัง” (Energy Reservoir) ทันทีครับ เพราะตามหลักฟิสิกส์ กระแสลมหรือพลังงานจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ ลานโล่งของสวนจึงช่วยดักและเกลี่ยพลังงานลมที่รุนแรงให้กลับมานุ่มนวล สมดุล และเอื้อต่อการอยู่อาศัยและการทำธุรกิจนั่นเอง

🌳 สวนเบญจกิติ: อู่เก็บขุมทรัพย์ “Mini Central Park” แห่งกรุงเทพฯ
หากลองเปรียบเทียบปอดขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ปัจจุบันเรามี 3 สวนหลักๆ ครับ สวนแรกคือ สวนลุมพินี ทำเลเกรด A สุดคลาสสิกที่มีพื้นที่ประมาณ 360 ไร่ ถัดมาคือ RBSC หรือราชกรีฑาสโมสร พื้นที่ประมาณ 200 ไร่ แม้คนทั่วไปจะเข้าไปใช้ไม่ได้เต็มที่ แต่ด้วยความโล่งก็ถือเป็นจุดสะสมพลังงานได้เช่นกัน
แต่จุดที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุดในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ คือ “สวนเบญจกิติ” ซึ่งได้รับการปรับปรุงจากพื้นที่โรงงานยาสูบเดิม ให้กลายเป็นสวนสาธารณะระดับมาสเตอร์พีซที่มีเนื้อที่ใหญ่โตถึง 450 ไร่ และไฮไลต์สำคัญที่สุดในทางฮวงจุ้ยคือ มีทะเลสาบขนาดใหญ่ผืนเดียวยาวตลอดแนวสวนกินพื้นที่ถึง 140 ไร่! (เรียกได้ว่าใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของใจกลางกรุงเทพฯ เลย)

ในศาสตร์ฮวงจุ้ยชั้นสูง ผืนน้ำสะอาดที่นิ่งสงบและมีขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนเขื่อนกักเก็บพลังงานจลน์ เป็นอู่สะสมโชคลาภและการหมุนเวียนเงินทองที่ทรงพลังมาก สัดส่วนพื้นที่และการดีไซน์แบบนี้ จึงทำให้สวนเบญจกิติดูคล้ายกับ Central Park ที่ย่านแมนแฮตตัน นิวยอร์ก ชัยภูมิรอบสวนนี้จึงกลายเป็นทำเลรับทรัพย์เกรดเอที่ไม่แพ้ย่านสวนลุมพินีเลย

🏢 เจาะลึกชัยภูมิอาคารรอบสวนเบญจกิติ
เมื่อเรามีแอ่งพลังงานน้ำขนาดใหญ่คอยจ่ายกระแสชี่มงคลออกมา ตึกหรืออาคารรอบๆ ที่สามารถเปิดรับพลังงานนี้ได้ถูกทิศทาง ก็จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองและแต้มต่อทางธุรกิจไปเต็มๆ ครับ:
1. ทำเลริมถนนรัชดาภิเษก (ช่วงโค้งโอบรับพลัง)
ถนนรัชดาภิเษกเป็นถนนวงแหวนรอบเล็กที่ตัดผ่านเส้นทางสำคัญหลายสาย ถือเป็นเส้นเลือดยอดเยี่ยมที่มีกระแสพลังวิ่งอยู่ตลอดเวลา ชัยภูมิเด่นของอาคารฝั่งริมถนนรัชดาฯ ย่านนี้คือ แนวถนนจะมีความโค้งมนในลักษณะ "โค้งโอบรับ" ซึ่งคอยลำเลียงพลังงานเข้าสู่ตัวตึกอย่างนุ่มนวล แถมฝั่งตรงข้ามยังเป็นทะเลสาบโปร่งโล่ง ทำให้ไม่มีอะไรมาบล็อกวิว ไม่ว่าจะอยู่ชั้นต่ำหรือชั้นสูงก็สามารถเทควิวรับพลังงานจากผืนน้ำได้เต็มตา เช่น อาคาร CTI Tower หรือ Ocean Tower เป็นต้น การมองเห็นสายน้ำเป็นแนวยาวพุ่งเข้าหาแบบนี้ จะส่งเสริมธุรกิจที่ต้องการรับพลังงานจากทางไกล เช่น การค้าขายกับต่างชาติ หรือการขยายตลาดไปต่างประเทศได้ดีมากๆ

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของกลุ่มตึกริมถนนเส้นนี้ คือสร้างมานานจนดูเก่า เคล็ดลับแก้ไขง่ายๆ คือ เจ้าของอาคารต้องพยายามดูแลรักษาส่วนกลาง ล็อบบี้ (Lobby) โถงทางเข้า และโถงลิฟต์ให้ดูใหม่ สะอาด และสว่างไสวอยู่เสมอ เพื่อเป็นการปลุกพลังงานมงคลให้ตื่นตัวและหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องครับ

2. ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นี่คือทำเลมาสเตอร์พีซที่แท้จริง เพราะตั้งอยู่ติดระนาบเดียวกับทะเลสาบขนาดใหญ่พอดีเป๊ะ แถมทิศทางและองศายังเป็นองศาที่ได้รับพลังงานโชคลาภประจำยุค สอดรับกับงานระดับนานาชาติ ใครที่มาจัดงานนิทรรศการหรือจัดกิจกรรมที่นี่ จึงมักจะประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

3. โครงการ The PARQ (เดอะ ปาร์ค)
ตั้งอยู่ตรงจุดตัดรัชดา-พระราม 4 ตัวอาคารได้รับการออกแบบสถาปัตยกรรมมาได้ดีมาก เส้นสายของตึกโค้งโอบเข้ามามองดูคล้าย "อุ้งมือที่คอยกวักกักเก็บพลังงาน" จากสวนและทะเลสาบฝั่งตรงข้าม เงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจเช่าออฟฟิศที่ตึกนี้คือ แนะนำให้เลือก "ชั้นที่สูงพ้นระดับหลังคาของศูนย์ประชุมสิริกิติ์" เพื่อให้สายตาของเรามองเห็นวิวทะเลสาบได้โดยตรง พลังจากผืนน้ำและทิศทางลมที่เปิดโล่งจะช่วยส่งเสริมวิสัยทัศน์และการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นหากอยู่สูงพอ เมื่อมองไปทางทิศใต้จะเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคุ้งบางกระเจ้า (โค้งกระเพาะหมูที่ล็อกกระแสเงินทองของกรุงเทพฯ) ยิ่งช่วยเพิ่มความเป็นมงคลให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด



4. อาคารปัน (Pun Tower)
แม้จะอยู่ถัดออกไปอีกหน่อยและมีพื้นที่โพเดียมไม่ใหญ่นัก แต่สร้างเป็นอาคารสูงชะลูดขึ้นไป ทำเลนี้หากเราเลือกชั้นที่สูงพอ และจัดเลย์เอาต์ห้องฝั่งทิศเหนือให้หลบแนวกายภาพของโรงพยาบาล MedPark ฝั่งตรงข้ามได้ ก็จะสามารถรับกระแสพลังจากสวนเบญจกิติได้ดีเช่นกัน ส่วนฝั่งทิศใต้ของตึกปันก็เทควิวแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้าได้ชัดเจนมาก ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรับพลังงานมงคลสองด้าน (ทิศเหนือรับพลังสวน/ทิศใต้รับพลังแม่น้ำใหญ่) เสริมการค้าทางไกลได้ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน

ภาพรวมของย่านสวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก เชื่อมต่อมาจนถึงพระราม 4 จึงเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนครับว่า "ศาสตร์ฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์และการวางผังเมืองสมัยใหม่คือเรื่องเดียวกัน" การจัดสรรพื้นที่ให้สมดุล มีสเปซลานโล่ง มีผืนน้ำขนาดใหญ่คอยซับพลังงานท่ามอาคารสูง คือกุญแจสำคัญที่สร้างพลังงานแห่งความเจริญรุ่งเรืองครับ
tawanfengshui.com
Tel : 080 298 9998
Email : mastertawan@hotmail.com
